IAA Mobility 2021 เมื่อโลกยานยนต์มาลงที่ Munich (2) – ผู้จัดการออนไลน์

ตัวแรงในสไตล์แฮทช์แบ็กที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของรถแข่งแรลลี่ ซึ่ง Cupra แบรนด์แรงของ SEAT ใช้พลังขับเคลื่อนในรูปแบบไฟฟ้า ที่มีกำลัง 335 แรงม้า พร้อมกับมีข่าว (อีกเช่นกัน) ว่าจะผลิตขายในอนาคตด้วยราคา 20,000 ยูโร

มาติดตามความเคลื่อนไหวของงาน IAA Mobility กันต่อ ซึ่งแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา บรรดา Event ทั้งหลายจะโดนการแพร่ระบาดของ COVID-19 เล่นงาน แต่ถึงตอนนี้ สถานการณ์ในบางประเทศเริ่มดีขึ้น และการมีวัคซีนก็ช่วยทำให้กลายงานกลับมาจัดได้ ซึ่ง IAA Mobility ในเมืองมิวนิก คือ การปรับตัวของผู้จัดงาน Frankfurt Motorshow ที่มีการปรับรูปแบบ ขนาดพื้นที่ และการนำเสนอยานยนต์ของบรรดาบริษัทรถยนต์ในรูปแบบใหม่ โดยเน้นไปที่ยานยนต์แห่งอนาคต

อย่างที่เราทราบกันดีว่า หลังยุคทศวรรษที่ 2020 เป็นต้นไป รูปแบบการเดินทางของมนุษย์เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงไป จากการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์แบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ขณะที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน แม้ว่าบางแบรนด์จะไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ว แต่ก็ยังมีการนำมาจัดแสดงด้วยเช่นกน แต่สัดส่วนก็น้อยลง

นี่คือการปรับตัวของงานเพื่อให้สอดรับกับทิศทางและแนวโน้มใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ตัวแรงในสไตล์แฮทช์แบ็กที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของรถแข่งแรลลี่

Dacia แบรนด์รถยนต์โรมาเนียแต่อยู่ในเครือ Renault มาร่วมงานนี้ด้วยรถยนต์อเนกประสงค์รุ่น Jogger กับตัวถังแบบ 7 ที่นั่งที่มีความยาว 4,547 มิลลิเมตร พร้อมทางเลือกของเครื่องยนต์ที่มีทั้งเบนซินและเทอร์โบดีเซล

Kia Sportage GT-Line เปิดตัวในยุโรปด้วยตัวถังที่สั้นกว่าเวอร์ชันตลาดโลกราวๆ 133 มิลลิเมตร แต่ยังคงความสวยสปอร์ตในสไตล์ SUV แบบ 5 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ทั้งเบนซินเทอร์โบ T-GDI 1,600 ซีซี 261 แรงม้าแบบ Plug-in และรุ่น 1,600 ซีซีเบนซินที่มีทั้งขนาด 115 และ 136 แรงม้า

Kia Sportage GT-Line

Mercedes-Benz EQB 350 4MATIC รถยนต์อเนกประสงค์พลังไฟฟ้ามาพร้อมกับเวอร์ชันตัวแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวพร้อมการขับเคลื่อนในแบบ 4 ล้อใช้เวลา 8 วินาทีสำหรับอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง และการชาร์จ 1 ครั้งแล่นได้ 419 กิโลเมตร โดยมีความเร็วสูงสุดล็อกเอาไว้ที่ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Mercedes-Benz EQB 350 4MATIC

Porsche จับเอาตัวแข่งเลอมังส์มาปรับจนได้เป็น Street Version โดยใช้ชื่อว่า 919 Street ซึ่งนำมาจัดแสดงในงานนี้ แต่ยังไม่มีข่าวว่าจะผลิตขายหรือไม่ โดย 919 Street ใช้ตัวถังแบบโมโนค็อกที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ และเครื่องยนต์แบบไฮบริด 888 แรงม้าเช่นเดียวกับตัวแข่ง

Porsche  919 Street

Obrist บริษัทผลิตระบบขับเคลื่อนของออสเตรียนำเสนอแนวคิดใหม่ของระบบขับเคลื่อนที่เรียกว่า HyperHybrid ที่สามารถเพิ่มระยะทางในการแล่นต่อการชาร์จ ในสไตล์ Range Extender Hybrid ซึ่งได้นำระบบนี้มาวางใน Tesla Model Y

เครื่องยนต์ 4 สูบ 1,400 ซีซีซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวปั่นไฟ และส่งกำลังสู่มอเตอร์ไฟฟ้า โดยคาดว่าชุดคิทนี้จะช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ซึ่งใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ต้องการปรับรถยนต์ของตัวเองให้เป็นแบบ Range Extender Hybrid

BMW iX รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ SUV คันโตรุ่นใหม่ก็มาจัดแสดงในงานนี้

GWM หรือ Great Wall Motor เตรียมนำชื่อ Wey Motor กลับมาใช้ในยุโรป ด้วยการเปิดตัวรุ่น Coffee01 มาเปิดตัวในรูปแบบของรถยนต์ PHEV ที่มีกำลังสูงสุด 469 แรงม้า ใช้เวลาต่ำกว่า 5 วินาทีในการทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง

 Coffee01 รถยนต์ PHEV

Cupra แบรนด์แห่งความแรงจาก SEAT ผู้ผลิตรถยนต์จากสเปนในเครือ Volkswagen เปิดตัวต้นแบบคันดุที่พัฒนามาจากรถแข่ง Rally Cross ในชื่อ Tasvascan Extreme-E พร้อมกับมีข่าวว่ากำลังวางแผนผลิตออกขายในอนาคตด้วยจากความร่วมมือกับ ABT Sportline ที่เป็นผู้ผลิตชุดแต่งชื่อดังในยุโรป ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 2024 กับขุมพลังที่มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงต่ำกว่า 4 วินาที

ตัวต้นแบบคันดุที่พัฒนามาจากรถแข่ง Rally Cross ในชื่อ Tasvascan Extreme-E

Audi Gransphere Concept ต้นแบบของรถยนต์ระดับหรูจาก Audi ที่มีความยาวถึง 5,350 มิลลิเมตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังขับเคลื่อนรวมกัน 700 แรงม้า และใช้เวลา 4 วินาทีสำหรับอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง และแบตเตอรี่ขนาด 120 kWh สามารถแล่นได้ถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

 ต้นแบบรถยนต์ระดับหรูจาก Audi

Renault 5 รถยนต์ขนาดเล็กชื่อดังในยุคทศวรรษที่ 1980 เตรียมกลับสู่ตลาดอีกครั้งและคราวนี้มาในรูปแบบของรถยนต์พลังไฟฟ้าในชื่อ 5 EV โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของแผน Renaulution ในการทยอยเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าตลอดปีนี้ไปจนถึงปี 2025